วิธีสร้าง DHCP Scope บน Windows Server 2022 แบบถูกต้อง
หลังจากติดตั้ง DHCP Server เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสำคัญถัดไปคือการสร้าง DHCP Scope ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบ DHCP เพราะเป็นส่วนที่กำหนดว่า DHCP Server จะสามารถแจก IP Address ช่วงใดให้กับอุปกรณ์ในเครือข่าย
หากไม่มี DHCP Scope แม้ DHCP Service จะทำงานปกติ ก็จะไม่สามารถแจก IP Address ให้กับ Client ได้
Windows Server 2022 รองรับการสร้าง DHCP Scope ได้หลายรูปแบบ ทั้งสำหรับสำนักงานขนาดเล็ก องค์กรขนาดใหญ่ และระบบหลาย VLAN
DHCP Scope คืออะไร
DHCP Scope คือช่วงหมายเลข IP Address ที่ DHCP Server สามารถนำไปแจกให้กับ Client ได้
ตัวอย่าง
Network : 192.168.1.0/24
DHCP Scope
192.168.1.100
ถึง
192.168.1.200
Client ทุกเครื่องจะได้รับ IP จากช่วงนี้
DHCP Scope ทำงานอย่างไร
ตัวอย่าง
DHCP Scope
192.168.1.100
ถึง
192.168.1.200
Client เครื่องแรก
ได้รับ
192.168.1.100
Client เครื่องที่สอง
ได้รับ
192.168.1.101
ระบบจะจ่าย IP เรียงลำดับอัตโนมัติ
วางแผน IP Address ก่อนสร้าง Scope
ตัวอย่างเครือข่ายองค์กร
Network
192.168.1.0/24
Reserved สำหรับ Server
192.168.1.1-99
DHCP Scope
192.168.1.100-200
Reserved สำหรับอุปกรณ์พิเศษ
192.168.1.201-254
แนวทางนี้ช่วยลดปัญหา IP Conflict
ข้อมูลที่ต้องเตรียม
ก่อนสร้าง Scope
ควรทราบ
Network Address
ตัวอย่าง
192.168.1.0
Subnet Mask
255.255.255.0
Gateway
192.168.1.1
DNS Server
192.168.1.10
ช่วง IP ที่ต้องการแจก
192.168.1.100-192.168.1.200
วิธีสร้าง DHCP Scope ผ่าน DHCP Manager
เปิด
Server Manager
↓
Tools
↓
DHCP
เปิด IPv4
ขยาย
IPv4
คลิกขวา
เลือก
New Scope
เริ่ม Scope Wizard
กด
Next
ตั้งชื่อ Scope
ตัวอย่าง
Office Network
Description
สำนักงานใหญ่
กด Next
กำหนด Start IP
ตัวอย่าง
192.168.1.100
กำหนด End IP
ตัวอย่าง
192.168.1.200
กำหนด Subnet Mask
255.255.255.0
หรือ
/24
กด Next
กำหนด Exclusion Range
IP ที่ไม่ต้องการแจก
ตัวอย่าง
192.168.1.150
ถึง
192.168.1.160
DHCP จะข้ามช่วงนี้
เหมาะสำหรับ
Printer
CCTV
Firewall
NAS
กำหนด Lease Duration
ค่าเริ่มต้น
8 Days
สำหรับสำนักงานทั่วไป
ถือว่าเหมาะสม
หากเป็น WiFi Guest
อาจใช้
1 Day
หรือ
8 Hours
กำหนด Gateway
ตัวอย่าง
192.168.1.1
Client ทุกเครื่องจะใช้ Gateway นี้
กำหนด DNS Server
ตัวอย่าง
192.168.1.10
หรือ
192.168.1.11
หากมี DNS สำรอง
เพิ่มได้หลายรายการ
กำหนด Domain Name
ตัวอย่าง
company.local
กด Next
เปิดใช้งาน Scope
เลือก
Yes, I want to activate this scope now
กด Finish
เสร็จสิ้น
ตรวจสอบ Scope
ภายใน DHCP Console
ควรเห็น
IPv4
└ Office Network
พร้อมสถานะ
Active
สร้าง Scope ด้วย PowerShell
ตัวอย่าง
Add-DhcpServerv4Scope `
-Name "Office Network" `
-StartRange 192.168.1.100 `
-EndRange 192.168.1.200 `
-SubnetMask 255.255.255.0 `
-State Active
ตั้งค่า Gateway ผ่าน PowerShell
Set-DhcpServerv4OptionValue `
-ScopeId 192.168.1.0 `
-Router 192.168.1.1
ตั้งค่า DNS Server
Set-DhcpServerv4OptionValue `
-ScopeId 192.168.1.0 `
-DnsServer 192.168.1.10
ตรวจสอบ Scope
Get-DhcpServerv4Scope
ผลลัพธ์
Office Network
192.168.1.0
Active
ตรวจสอบ DHCP Lease
ดู Client ที่ได้รับ IP
Get-DhcpServerv4Lease `
-ScopeId 192.168.1.0
ตัวอย่าง
192.168.1.100
PC-001
ทดสอบจาก Client
เปิด Command Prompt
ipconfig /release
จากนั้น
ipconfig /renew
ตรวจสอบ
ipconfig
ควรได้รับ IP จาก Scope
192.168.1.100
ขึ้นไป
ปัญหาที่พบบ่อย
DHCP ไม่แจก IP
ตรวจสอบ
Scope Active หรือไม่
ได้ APIPA
169.254.x.x
แสดงว่า DHCP ไม่ตอบสนอง
Client ไม่ได้รับ Gateway
ตรวจสอบ
Option 003 Router
Client ไม่ได้รับ DNS
ตรวจสอบ
Option 006 DNS Server
ตัวอย่างการออกแบบ Scope
องค์กรขนาดเล็ก
192.168.1.100-200
องค์กรขนาดกลาง
192.168.10.100-250
WiFi Guest
10.10.10.100-250
CCTV
192.168.50.100-250
แยก Scope ตามประเภทงาน
Best Practices
แยก IP Server ออกจาก DHCP
กำหนด Exclusion Range
ตั้ง Lease Time ให้เหมาะสม
ใช้ DNS ภายในองค์กร
เปิด DHCP Backup
ตรวจสอบ Lease เป็นประจำ
ใช้ DHCP Failover ในระบบ Production
จากประสบการณ์ของทีมงาน comsiam ปัญหาที่พบมากที่สุดหลังติดตั้ง DHCP Server คือผู้ดูแลระบบลืม Activate Scope ทำให้ DHCP Service ทำงานปกติแต่ไม่สามารถแจก IP Address ได้
ในการออกแบบระบบ Windows Server 2022 สำหรับองค์กร ทีมงาน comsiam มักแยกช่วง IP สำหรับ Server, Client, Printer และอุปกรณ์ IoT ออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้บริหารจัดการง่ายและลดปัญหา IP Conflict ในอนาคต
สรุป
DHCP Scope เป็นองค์ประกอบสำคัญของ DHCP Server บน Windows Server 2022 เพราะเป็นตัวกำหนดช่วง IP Address ที่สามารถแจกให้กับอุปกรณ์ในเครือข่าย การออกแบบ Scope อย่างถูกต้องจะช่วยให้เครือข่ายมีความเสถียร ลดปัญหา IP Conflict และรองรับการขยายระบบในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ